ห้องสมุด 2.0 : (Library 2.0) คือ รูปแบบหนึ่งของการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้บริการนำเสนอด้วยสื่อมัลติมีเดียที่เหมาะสมผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การบริการที่เน้นให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ห้องสมุดที่สามารถก้าวเข้าสู่ห้องสมุด 2.0 ได้โดยการพัฒนาเว็บไซต์ที่เน้นสื่อมัลติมีเดีย และเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าต่อผู้ใช้มากกว่าการให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา รูปแบบการให้บริการ โครงสร้างองค์กร เวลาเปิด-ปิดเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม บุคลากรห้องสมุดจะต้องร่วมมือร่วมใจกันเผยแพร่ความรู้ความชำนาญที่ตนมีอยู่เพื่อให้บริการเชิงรุกแก้ผู้ใช้บริการมากขึ้นแทนการรอให้ผู้ใช้เข้ามาใช้ห้องสมุดเท่านั้น โดยห้องสมุดสามารถกำหนดนโยบายว่าควรให้สิทธิ์ในการเสนอความคิดในขอบเขตใดเพื่อประโยชน์สูงสุดทางวิชาการแก่ผู้ใช้ และแก่ห้องสมุดด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้นการสร้างช่องทางแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ใช้กับห้องสมุดอาจทำได้หลายวิธี
- เปลี่ยนจากการใช้ระบบ E-mail หรือ FAQ เป็นการให้บริการด้วย ICT หรือ MSN
- เปลี่ยนจากการให้เนื้อหาที่เสนอด้วยข้อความอย่างเดียว เป็นการให้บริการด้วยสื่อโต้ตอบ หรือสื่อเสมือนจริง 
- เปิด Blog หรือ Wiki เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์แลกเปลี่ยนความรู้
- คำค้นจากผู้ใช้ (Tag) มีความสำคัญพอๆกับศัพท์ควบคุม
- เปลี่ยนรูปแบบจากการพัฒนาเว็บไซต์แบบธรรมดา หรือจ้างพัฒนาด้วยราคาแพง มาเป็นการเลือกใช้ความสามารถจองระบบการจัดการเนื้อหาสาระ CMS (Content Management System) ที่เหมาะสมในกลุ่ม Open Sources ที่หลากหลาย
          ทฤษฎีสำคัญของ Library 2.0 มีดังนี้
          มีการใช้โปรแกรมท่องอินเตอร์เน็ต (Browser) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ Web 2.0 ที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ ทำให้เกิด OPAC เต็มรูปแบบประสานงานด้านข้อมูลกับผู้ใช้ห้องสมุดทั้งในด้านการออกแบบ และการให้บริการผู้ใช้ห้องสมุดสามารถใช้ทักษะของตนปรับเปลี่ยน แก้ไขรูปแบบบริการที่ห้องสมุดเสนอให้บรรณารักษ์สามารถเก็บเกี่ยวและผสมผสานความคิด ตลอดจนบริการจากสาขาวิชาอื่นๆ นำมารวมไว้ในหัวข้อต่างๆในรูปแบบที่ห้องสมุดจัดเตรียมไว้ให้บรรณารักษ์สามารถติดตามต่อเนื่องเพื่อสำรวจและพัฒนาบริการและมีความพร้อมที่จะทดแทนบริการรูปแบบใหม่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆได้ทุกขณะบรรณารักษ์ควรใช้เครื่องมือหลากหลายรูปแบบ เพื่อสื่อสารไปยังผู้ใช้ห้องสมุดในหลายระดับ
          1. ระดับบุคคลสู่บุคคล (One-to-one)
1.1 การส่ง e-mail และ sms โดยตัวอักษรจะถูกส่งตรงไปยังโทรศัพท์มือถือของทุกคน e-mail สามารถประยุกตืให้เป็นสื่อประเภทแพร่ขยายสู่คนกลุ่มใหญ่ได้ โดยผ่านรายชื่อ e-mail ของผู้รับ ( mail lists) ซึ่งสามารถใช้ในการอภิปราย ประกาศและเผยแพร่สาระในเอกสารได้
1.2 การส่งข้อความด่วน (Instant messaging) คือการส่งข้อความในรูปของตัวอัการคล้ายกับSMS แต่ส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ และได้รับการสนับสนุนเพื่อมีการขยายขอบเขตการสนทนารูปแบบต่างๆ การส่งข้อความมักทำเพื่อแจ้งให้เพื่อนๆที่อยู่ในวงการที่กำลังท่องเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
1.3 VoIP คือการโทรศัพท์ที่ใช้การเชื่อมต่อเข้าสู้ระบบอินเตอร์เน็ต มักใช้ในการเป็นสื่อสารทางเสียง หรือภาพ หรือได้เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือควบคุมคอมพิวเตอร์อีกฝ่ายหนึ่งได้
1.4 FOAF (friend of a friend) คือ วิธีการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมที่ไว้วางใจกัน เช่น orkut (http://orkut.com/Home.aspx)
          2. จากบุคคลสู่คณะบุคคล (One-to-many)
2.1 เว็บไซต์เสนอเนื้อหาหลัก (Static content web site) ให้ข้อมูลสาระที่เป็นรูปเอกสาร หรือ สื่อประสม เพื่อให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลไปใช้ได้
2.2 เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปรับแต่งให้ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ (Dynamic Content Web site) และปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของผู้เยี่ยมชม
2.3 เทคโนโลยี RSS (Really Simple Syndication) เป็นกลไลที่ช่วยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเว็บไซต์ต่างๆในเวลาเดียวกัน สามารถนำมาทำเป็นระบบที่ติดต่อข่าวสารผ่าน RSS News ซึ่งกันและกันได้ทันที หรือดึงเนื้อหาสาระมาใช้ร่วมกันพร้อมๆกันได้
2.4 Blogs เป็นบันทึกหรือไดอารีบนเวิลด์ไวด์เว็บระบบออนไลน์ที่นิยมแพร่หลายมากที่สุด มีการพิมพ์ และแลกเปลี่ยนเนื้อหาสาระและรูปภาพได้ง่ายและสะดวก ผู้อ่านสามารถเสนอแนะข้อคิดเห็นเข้าไปได้ และ blog ชุมชนต่างๆ สามารถให้ผู้อ่านเป็นผู้เขียนร่วมได้ด้วย (shared authoring) พัฒนาการใหม่ๆช่วยให้เกิดความสามารถในการปรับปรุงข้อมูลเนื้อหาสาระให้ทันสมัยรวมถึงภาพถ่ายและวิดิทัศน์ สื่อตรงจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ ความคิดและมีผลกระทบสำคัญยิ่งต่อการเป็นศูนย์กลางข่าวสารต่างๆ
2.5 Podcast คือ blog ที่เน้นการบันทึกเป็นเสียง ออกแบบเพื่อให้บันทึกลงในเครื่องเล่นmp3ได้ โดยเชื่อมต่อไปยังระบบ RSS และอาจมภาพปรากฏในระบบวิดิโอด้วยเช่นกัน
2.6 Folksonomies (หรือ social tags) คือเครื่องมือช่วยให้ผู้แต่งสามารถนำเสนอข้อมูลที่ดีๆที่เป็นหัวข้อคล้ายคลึงกันให้แก่ผู้อ่าน โดยใช้คำค้น (tag) อย่างง่าย ไม่เป็นทางการ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพสูงในการใช้เครื่องหมายให้กลับมาเยือน หรือค้นคืนได้อีกในครั้งต่อๆไป
2.7 e-portfolio คือการแบ่งเนื้อที่ในเว็บไซต์ให้ผู้ใช้แบ่งปันข้อมูล หรือผลงานของตนกับผู้อ่านในวงกว้างมากขึ้น
          3.การสื่อสารจากกลุ่มคนสู่คนหมู่มาก (Many-to-many) สามารถดำเนินการได้หลายวิธี คือ
3.1 ระบบการจัดการเนื้อหาสาระ (Content Management System หรือ CMS) เป็นระบบที่ช่วยให้เกิดการเสร้างเนื้อหาหรือหัวข้อร่วมกันระหว่างกลุ่มออนไลน์อย่างเป็นระบบ และช่วยให้ทุกคนมีส่วนเป็นผู้ร่วมเขียนหรือเป็นเจ้าของอัลบั้มภาพ หรือบล็อกต่างๆร่วมกันได้
3.2 บริการข่าวสาร (News Servers) คือเว็บไซด์ที่เน้นข่าวสารโดยจำแนกเป็นหัวข้อต่างๆเปิดโอกาสให้ผู้อ่านสามารถเสนอ (post) ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นได้
3.3 การประชุมกลุ่ม (Forums/Discussion) คือเว็บไซต์ซึ่งอนุญาตให้มีการพูดคุยสนทนากันในรูปของการแลกเปลี่ยนเนื้อหาต่างๆ โดยบริหารจัดการตามหัวข้อหลัก และหัวข้อย่อยสืบเนื่องกันไป
3.4 การพูดคุย (Chat) คือกลุ่มสนทนาโต้ตอบซึ่งกันและกันโดยใช้ตัวอักษร สามารถเชื่อมโยงไปสู่การคุย หรือประชุมผ่านระบบ Audio และ Video Conferencing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.5 เกมส์ (Games) เกมส์ที่เล่นได้ครั้งละหลายๆคน ช่วยให้เกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น Nesta Futurelabs' Racing Academy หรือ World of Warcraft เป็นต้น 
3.6 วิกิ (Wikis) คือเว็บไซต์ซึ่งให้โอกาสผู้อ่านเข้ามาปรับแต่งให้ทันสมัยได้พร้อมกัน โดยใช้เพียงโปรแกรมท่องอินเตอร์เน็ต (Web browser) ความโดดเด่นในการช่วยให้กลุ่มผู้ใช้สามารถพัฒนาความคิด หรือแสวงหาข้อมูลสร้างเสริมช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ เช่น Wikipedia (http://www.Wikipedia.org/)





แหล่งที่มา

วรางคณา อิทรพินทุวัฒน์. "เทคโนโลยีเว็บ 2.0 : พลังแห่ง ICT สู่ความเป็นเลิศของบริการห้องสมุดยุคดิจิทัล" สารสนเทศ. 10(1) : 15 - 22 : มกราคม - มิถุนายน 2552.

 

 

 

 


edit @ 4 Feb 2012 18:06:56 by Areerat Pulsawat

edit @ 4 Feb 2012 18:13:45 by Areerat Pulsawat

edit @ 4 Feb 2012 18:24:13 by Areerat Pulsawat

edit @ 4 Feb 2012 18:26:13 by Areerat Pulsawat

Comment

Comment:

Tweet